Sale Forecast

การพยากรณ์ยอดขาย

ระบบ ERP ช่วยให้คุณวางแผนการขายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้โดยพยากรณ์ จากประวัติการขายที่ผ่าน เพื่อให้มีการวางแผนสินค้าคงคลังให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า และลดเวลาในการส่งมอบสินค้าในน้อยลง การพยากรณ์ยอดขายจึงมีความจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกที และต้องเลือกใช้วิธีวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับสินค้าแต่ละแบบ

ตัวอย่าง 1 สินค้าที่มีการขายสม่ำเสมอ ไม่มีการสั่งซื้อล่วงหน้า

สินค้าที่มีประวัติการขายทุกเดือน (ย้อนหลัง 4 เดือน)

กรณีสามารถใช้โปรแกรมพยากรณ์ยอดขายได้ โดยระบบจะใช้วิธีการคำนวณแบบถ่วงน้ำหนัก คือให้ความสำคัญของเดือนปัจจุบันมากกว่าในอดีต และสินค้าไม่ได้มีการวางแผนการจัดซื้อของลูกค้าในอนาคต โดยระบบพยากรณ์ยอดขายในเดือน สิงหาคม อยู่ที่ 89ลัง และมีการออก invoice ไปแล้ว 85 ลัง

ตัวอย่างที่ 2 สินค้าที่มีการขายไม่สม่ำเสมอ ไม่มีการสั่งซื้อล่วงหน้า

สินค้าที่มีการขายบ้างในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา

กรณีนี้ควรใช้วิธีการการสร้าง Minimum stock แทนโดยการหาเฉลี่ยว่า เข่น 4 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายเฉลี่ยเท่าไร แล้วมากำหนดเป็น Minimum stock แทน และกำหนดค่าจำนวนที่สั่งผลิตหรือสั่งซื้อ Reorder Qty ในแต่ละครั้ง อย่างกรณีนี้ ประวัติการขายสินค้าในรอบ 1 ปี มีค่าเท่ากับ 12 ตัว ดังนั้นระบบจะไม่สามารถพยากรณ์ว่าในเดือนถัดไปจะมียอดขายเท่าไร ดังนั้นสินค้าตัวนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องมีสต๊อก หากพิจารณาแล้วว่า lead time ในการสั่งซื้อมีค่าเท่ากับศูนย์วัน

ตัวอย่างที่ 3 สินค้าที่มีการสั่งซื้อล่วงหน้า

สินค้าที่มีการวางแผนการสั่งซื้อของลูกค้า

กรณีนี้จะเห็นได้ว่าในช่องของสินค้าค้างส่ง SALE ORDER OUTSTANDING มีค่าอยู่ที่ 17,500 และ 12,000 ในเดือนสิงหาคม และ กันยายนตามลำดับ และมีการออก INVOICE ไปแล้ว 6,375 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งค่าของผลบวกขาย+จอง (17,500+6,375=23,875) มีค่าใกล้เคียงกับ ค่าพยากรณ์ (21,425) การเลือกใช้ตัวเลขประมาณการณ์ยอดขายให้ใช้ พิจารณาว่าหาก ตัวเลขพยากรณ์มากกว่า ยอดจอง ให้ใช้ยอดพยากรณ์ และหากยอดจองมากกว่ายอดพยากรณ์ ก็ให้ใช้ยอดจองแทน

ตัวเลขจากการพยากรณ์ในระบบ ERP จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น

  • ลดปัญหาเรื่อง dead stock หรือ สินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการ
  • ลดเวลาในการทำงานของพนักงาน
  • ลดต้นทุนในการเก็บสินค้า
  • สร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้า

administrator

Scroll Up